หุ้น Apple ร่วงกว่า 6% ในช่วงซื้อขายวันพุธ หลังจาก ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าครั้งใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อบริษัทที่พึ่งพาการผลิตนอกสหรัฐฯ และนำไปสู่การปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีโดยรวม

เนื่องจาก Apple มีฐานการผลิตหลักในจีนและประเทศเอเชียอื่นๆ ทำให้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นภาษีครั้งนี้อย่างมาก และหุ้นของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่แทบทุกตัวก็ปรับตัวลงเช่นกัน หากแนวโน้มขาลงของ Apple ยังคงดำเนินต่อไปในวันพฤหัสบดี อาจเป็นการลดลงครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทตั้งแต่เดือนกันยายน 2020

Trump ให้เหตุผลในการขึ้นภาษีนำเข้าจากต่างประเทศครั้งใหญ่นี้ เพื่อย้ายฐานการผลิตกลับเข้ามาในสหรัฐฯ เพื่อสร้างเศรษฐกิจจากภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนและทำให้ราคาสินค้าถูกลงในระยะยาว แต่ในระยะสั้น ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอาจกระทบต่อบริษัทและผู้บริโภค

นักวิเคราะห์มองว่า การย้ายฐานการผลิตอาจใช้เวลาหลายปี และไม่สามารถลดต้นทุนได้ทันที อาจทำให้ ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นในช่วงแรก ซึ่งอาจกระทบยอดขายในอนาคตอันใกล้ ก่อนที่อุตสาหกรรมจะปรับตัวได้

ตลาดหุ้นเทคโนโลยีเผชิญความไม่แน่นอนตั้งแต่ต้นปี โดย Nasdaq เพิ่งปิดไตรมาสแรกของปี 2025 ด้วยการลดลงกว่า 10% ซึ่งเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่ปี 2022

แม้ว่าดัชนีหุ้นเทคฯจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงต้นไตรมาสที่สอง แต่นักลงทุนยังจับตาดูว่าผลกระทบของภาษีนำเข้าจะส่งผลต่อกำไรของบริษัทเทคฯในไตรมาสถัดไปหรือไม่

ที่มา: https://www.cnbc.com/2025/04/02/-apple-leads-drop-in-tech-stocks-after-trump-tariff-announcement.html